ประโยชน์ของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น มีประโยชน์มากมาย เหลือที่จะนับประมาณได้ จะยกมาแสดง ตามที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก สักเล็กน้อยดังนี้ คือ

สัตตานัง วิสุทธิยา ทำกายวาจาใจ ของสรรพสัตว์ให้บริสุทธิ์ หมดจด
โสกะปะริเทวานัง สะมะติกกะมายะ ดับความเศร้าโศก ปริเทวนาการต่าง ๆ
ทุกขะโทมะนัสสานัง อัตถังคะมายะ ดับความทุกข์กาย ดับความทุกข์ใจ
ญาณัสสะ อะธิคะมายะ เพื่อบรรลุมรรคผล
นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เพื่อทำนิพพานให้แจ้ง

และยังมีอยู่อีกมาก เช่น

๑. ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท
๒. ชื่อว่าเป็นผู้ได้ป้องกันภัยในอบายภูมิทั้งสี่
๓. ชื่อว่าได้บำเพ็ญไตรสิกขา
๔. ชื่อว่าได้เดินทางสายกลาง คือ มรรค ๘
๕. ชื่อว่าได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยการบูชาอย่างสูงสุด
๖. ชื่อว่าได้บำเพ็ญ ศีล สมาธิ ปัญญา ให้เป็นอุปนิสัยปัจจัย ไปในภายหน้า
๗. ชื่อว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามพระไตรปิฎกโดยแท้จริง
๘. ชื่อว่าเป็นผู้มีชีวิต ไม่เปล่าประโยชน์ทั้งสาม
๙. ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย อย่างถูกต้อง
๑๐. ชื่อว่าได้ปฏิบัติเพื่อให้เกิดวิปัสสนาญาณ ๑๖
๑๑. ชื่อว่าได้สั่งสมอริยทรัพย์ไว้ในภายใน
๑๒. ชื่อว่าเป็นผู้มาดีไปดีอยู่ดีกินดีไม่เสียทีที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนา
๑๓. ชื่อว่าได้รักษาอมตมรดกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เป็นอย่างดี
๑๔. ชื่อว่าได้ช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก
๑๕. ชื่อว่าได้เป็นตัวอย่างอันดีงามแก่อนุชนรุ่นหลัง
๑๖. ชื่อว่าตนเองได้มีธนาคารบุญติดตัวไปทุกฝีก้าว
จากหนังสือคู่มือการฝึกอบรมพัฒนาจิต วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
โดย พ.ท.วิง รอดเฉย ปี ๒๕๒๙

พ่อท่านคล้าย

ประวัติพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน

752161313131313

ประวัติพ่อท่านคล้าย วัดพระธาตุน้อย พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน วัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย” ประวัติ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์” นามตามสมณศักดิ์ท่านคือ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช+ พ่อท่านคล้าย นามเดิมว่า “คล้าย สีนิล” เกิดตรงกับ วันที่27ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์

พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก

เมื่ออายุ ๑๕ ปี หลวงพ่อคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ

ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง) ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน

พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2438 (อายุ 19 ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ

เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ อุทกุกเขปสีมา หรือศาลาน้ำ ได้รับฉายาว่า จนฺทสุวณฺโณ โดยมีพระครูกราย คงคสุวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี

การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก

ต่อมาปี พ.ศ.2441 พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา 2 พรรษา

ปี พ.ศ.2443 ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน

ปี พ.ศ.2445 พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น

ปี พ.ศ.2447 พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม

ปี พ.ศ.2448 พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างใว้ตามวัดต่างๆพอสมควร

พ่อท่านคล้าย เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน

ในปี พ.ศ.2448 พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง”พ่อท่านคล้าย”เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา

ประวัติวัดสวนขัน

วัดสวนขันเป็นวัดราษฎร์ เดิมตั้งอยู่ที่ วัดราษฎร์บำรุง ปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดคุดด้วน เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งคลองคุดด้วน มีพระปลัดคงเป็นเจ้าอาวาส แต่ที่ตั้งเป็นที่ไม่เหมาะบางประการ เนื่องจากฤดูน้ำก็ถูกน้ำท่วมบ่อยๆและสถานที่คับแคบ จึงทำการย้ายวัดขึ้นไปทางเหนือของคลองคุดด้วน สร้างวัดขึ้นมาใหม่ใน ป่าไม้ขันอันเป็นที่สวนของอุบาสกผู้มีศรัทธาถวายให้วัด และพร้อมใจกันตั้งชื่อวัดว่า วัดสวนขัน

วัดสวนขันปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนขัน กิ่งอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีฯ พระปลัดคงได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก พระปลัดคงเป็นลูกศิษย์ของพระครูกราย ต่อมาลาสิกขาบทพระครูกรายเสนอพ่อท่านคล้ายให้เป็นพ่อท่านคล้าย ตลอดมาเป็นเวลา65ปี จนถึงวันมรณะภาพ

พ่อท่านเคยแต่งบทกลอนกำดัดสอนนาคใว้น่าฟังดังนี้

ศีลสิบโดยตั้ง รักษาโดยหวัง

องค์ศีลทั่วผอง สองร้อยยี่สิบเจ็ด

สิ้นเสร็จควรตรอง ศีลสิบหม่นหมองสองร้อยมรณา

สมณศักดิ์พ่อท่านคล้าย

ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย

ตำแหน่ง

– ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕ จนมรณภาพ

– เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว

งานด้านศาสนา

พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นผู้นำในการสร้างวัดพระเจดีย์ พระพุทธรูป และร่วมกันในการปฏิสังขรณ์บูรณะศาสนสถานเป็นจำนวนมาก ผลงานสำคัญ ดังเช่น สร้างวัด พ่อท่านคล้ายเห็นความสำคัญของปูชนียสถาน จึงได้สร้างวัดขึ้นหลายแห่ง ได้แก่ วัดมะปรางงาม ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๐ ทายาทอึ่งค่ายท่าย ถวายที่ดิน และวัดที่สำคัญที่สุดคือวัดพระธาตุน้อย หรือคนทั่วไปเรียกว่า วัดพ่อท่านคล้าย

พ่อท่านคล้าย สร้างวัดพระธาตุน้อยและเจดีย์

ปี พ.ศ.2505 นายกลับ งามพร้อม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9 ตำบลช้างกลาง อำเภอฉวาง ได้ยกที่ดินโคกไม้แดง มีเนื้อที่40ไร่ ถวายพ่อท่านโดยมอบให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ที่ดินแปลงนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟคลองจันดี ประมาณ1กิโลเมตร พระครูพิศิษฐ์อรรถการได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นในที่ดินแปลงนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อ 14 มกราคม 2505 ตรงกับวันขึ้น 9ค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นายประคอง ช่วยเพ็ชร ถวายมาจากกว๊านพะเยา (ปัจจุบันเป็นจังหวัดพะเยา) โดยยึดรูปแบบมาจากวัดพระมหาธาตุทั้งหมด ทุนรอนในการก่อสร้างได้มาจาก พ่อค้า คหบดี ข้าราชการ และประชาชน ฝ่ายสงฆ์มีพระใบฏีกาครื้น โสภโณ เจ้าอาวาสวัดจันดีในสมัยนั้น เป็นผู้อำนวยการสร้าง ฝ่ายฆราวาสมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช เป็นประธาน พระเจดีย์องค์นี้มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ27เมตร สูง 70เมตร การก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ องค์พระเจดีย์ มองเห็นเด่นแต่ไกล ถ้านั่งรถไฟเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ก่อนขบวนรถจะถึงสถานีคลองจันดี จะมองเห็นพระเจดีย์อยู่ทางซ้ายมือ+ พ่อท่านคล้ายได้สร้างพระเจดีย์ไว้หลายองค์ ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขัน เจดีย์บ้านควรสวรรค์ ตำบลนาแว อำเภอฉวาง เจดีย์วัดยางค้อม อำเภอพิปูน และที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้แก่ เจดีย์วัดสวนขันอำเภอพระแสง และเจดีย์หน้าถ้ำขมิ้น บนภูเขาอำเภอนาสาร

งานด้านพัฒนาท้องถิ่น

พ่อท่านคล้าย จัดได้ว่าเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ตลอดชีวิต ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้เดินทางไปพัฒนาในที่ต่าง ๆ มากมาย สร้างถนน สะพานมากมาย ด้วยเมตตาบารมีและความเคารพศรัทธาของศิษย์และประชาชน ดังเช่น

สร้างถนนเข้าวัดจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปพิปูน

ถนนจากวัดสวนขันไปยังสถานีรถไฟคลองจันดี

ถนนจากตำบลละอายไปนาแว

ถนนระหว่างหมู่บ้านในตำบลละอาย

สะพานข้ามคลองคุดด้วนเข้าวัดสวนขัน

สะพานข้ามแม่น้ำตาปีจากตลาดทานพอไปนาแว

สะพานข้ามคลองเสหลา หน้าวัดมะปรางงาม

สะพานข้ามคลองจันดี เป็นต้น

ด้านความมีเมตตาและวาจาสิทธิ์

ศิษย์ยานุศิษย์และประชาชนที่เคารพนับถือ ศรัทธาพ่อท่านคล้ายได้เชื่อถือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวาจา พูดอย่างไรเป็นอย่างนั้น พ่อท่านคล้ายจะพูดจากับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและแจ่มใสอารมณ์เยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา ท่านมักจะให้พรกับทุกคน “ขอให้เป็นสุข เป็นสุข” ผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างพากันกลัวคำตำหนิ เพราะผู้ที่ถูกตำหนิทุกรายล้วนแต่พบความวิบัติ คนส่วนมากจึงหวังที่จะได้รับคำอวยพร เพราะคำเหล่านั้นเป็นการพยากรณ์ที่แม่นยำทั้งในทางดีและทางเสื่อมเสีย

คนที่ไปนมัสการ”พ่อท่านคล้าย”หวังที่จะได้วัตถุมงคล พระเครื่อง บ้างขอน้ำมนต์ ชานหมาก แหวน ผ้ายันต์ เหรียญ รูปหล่อ รูปพิมพ์ ซึ่งพ่อท่านคล้ายก็ได้มีเมตตาให้กับทุกคน ยิ่งชานหมากของท่านหากใครได้รับจากมือท่านเป็นต้องหวงแหนอย่างที่สุด

พ่อท่านคล้าย มรณภาพ

พ่อท่านคล้ายหรือพระครูพิศิษฐ์อรรถการ เมื่อครั้นถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2513 ตรงกับแรม 9ค่ำ เดือน12 ปีจอ พ่อท่านจะต้องเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัท จังหวัดนั้นนิมนต์ใว้ เวลา 16.00 น. ของวันเดินทาง คณะศิษย์เป็นว่าพ่อท่านอาพาธกระทันหัน จึงนิมนต์พ่อท่านขึ้นรถด่วนเข้ากรุงเทพ ถึงวันรุ่งขึ้นได้นำพ่อท่านเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎในวันนั้น แพทยืได้พยายามรักษาจนเต็มความสามารถ เป็นเวลา14วัน อาการมีแต่ทรงกับทรุด ครั้งถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2513 เวลา23.05 น. พ่อท่านคล้าย มรณะภาพด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ ๙๖ ปี เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน

Dodge Challenger ดอดจ์ ชาเลนเจอร์ รีวิว

นำทุกท่านเข้าสู่ความเป็นคลาสสิคที่สวยงาม ไปกับรถยนต์ Dodge Challenger ที่มีไลฟ์สไตล์การออกแบบโดดเด่นเหนือความคาดหมาย เป็นรถต้นแบบแห่งความคลาสสิคที่ได้ลงความละเอียดในการออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นรถคลาสสิคที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวนักซิ่งโดยเฉพาะเลยล่ะค่ะ มีความโดดเด่นตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย ให้ความแรงอย่างเต็มพิกัด ดีไซน์ที่แปลกตา จึงสร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้อย่างมากมาย เป็นรถเร็ว รถแรง เป็นรถซิ่งแห่งอนาคตที่น่าจับตามองมากๆอีกตัวหนึ่งเลยล่ะค่ะ

ภายนอกสวยเฉี่ยว สไตล์คลาสสิค น่าจับตามอง มีความละเอียดถี่ถ้วนในการสร้างสรรค์รถตัวนี้ขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริง ถือได้ว่าเป็นรถที่มีความคุ้มค่าที่จะให้คุณได้ใช้งานในชีวิตประจำวันกันได้อย่างปลอดภัยค่ะ

dodge-challenger-3-vert

Dodge Challenger ภายในกว้างขวาง มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ชิ้นส่วนการใช้งานต่างๆถูกจัดวางไว้ภายในให้ได้เลือกใช้กันได้ง่ายและมีความลงตัวมากๆ มีการตกแต่งภายในด้วยความละเอียด ทุกชิ้นส่วนถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้รถตัวนี้มีประโยชน์ มีประสิทธิภาพต่อการใช้งานอย่างที่คุณต้องการเลยค่ะ

dodge-challenger-34-vert

Dodge Challenger มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น 2 รุ่นด้วยกัน ดังต่อไปนี้ค่ะ

เครื่องยนต์ 5.7 ลิตร HEMI V8 ให้กำลังมากถึง 375 แรงม้า
เครื่องยนต์ 3.6 ลิตร Pentastar V6 ให้กำลังมากถึง 305 แรงม้า

มาพร้อมกับ 12 สีสวยให้ได้เลือกกันดังต่อไปนี้เลยค่ะ
Billet Silver Metallic-Bright White-Granite Crystal Metalic-Header Orange-Ivory Tri-Coat-Jazz Blue Pearl-Phantom Black Tri-Coat Pearl-Pitch Black-Plum Crazy Pearl-Redline Red Tri-Coat-TorRed-High Octane Red

พ่อ – แม่ของฉัน

พ่อ – แม่ของฉัน
โดย “เด็กหญิงพรทิพา เพ็ชรเอม”
ครอบครัวของฉันมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน ได้แก่ 1 พ่อ 2 แม่ 3 พี่ชาย 4 พี่สาว 5 ฉัน ครอบครัวของฉันอยู่ร่วมกันดีไม่เคยแตกแยกกันและพ่อกับแม่ไม่เคยทะเลาะกันเลยเพราะฉันไม่เคยเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะที่ฉันเห็นก็พ่อกับแม่ท่านเล่นกันแต่ตอนนี้พี่ชายของฉันได้บวชเป็นเณรปีหน้าพี่ชายก็จะบวชเป็นพระแล้วแม่ดีใจมากเลยที่ลูกชายจะได้บวชเป็นพระสักทีฉันก็ดีใจเหมือนกันที่พี่ชายจะได้บวชเป็นพระและก็พี่สาวตอนนี้ก็อยู่ ม.6 แล้วปีหน้าก็ไปมหาวิทยาลัยที่พะเยา ฉันดีใจมากที่พี่สาวได้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยที่พะเยาครอบครัวของฉันดีใจมากที่มีคนในครอบครัวที่คิดจะบวชและเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยพ่อของฉันท่านยิ้ม หน้าบานเลยเพราะพ่อเขาดีใจที่พวกพี่ๆ คิดเช่นนั้นฉันเองก็อยากเรียนต่อเหมือนกัน ครอบครัวฉันก็เลยมีความสุข

cap31605

Maserati Granturismo Sport มาเซอร์ราติ แกรนทัวริสโม่ สปอร์ต

Maserati Granturismo Sport สู่อีกระดับของการควบคุมที่เหนือกว่า พลิกโฉมการออกแบบดีไซน์ใหม่ พร้อมมอบความสปอร์ตทั้งคัน เป็นรถที่น่าจับตามองมากๆอีกหนึ่งรุ่น จัดเต็มความครบครันในเรื่องของฟังก์ชั่น มีสมรรถนะความปลอดภัยอย่างสูงสุด ให้มิติที่โดดเด่นรอบคัน เฉียบคมตั้งแต่ไฟหน้าจรดท้าย เป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่มีกระแสมาแรงมากๆ หลายๆคนมองว่าเป็นยานยนต์แห่งอนาคตที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้มากๆ เข้ากับยุคสมัยได้ดีจริงๆ ให้ความมั่นใจในการขับขี่สูง จัดเต็มความคุ้มค่าสำหรับการรอคอยจริงๆค่ะ

ราคาของรถยนต์ Maserati Granturismo Sport

รถยนต์ Maserati Granturismo Sport มีราคา 16,000,000 บาท รอให้ท่านมาเป็นเจ้าของกันอยู่นะคะ

รูปภายนอกของรถยนต์ Maserati Granturismo Sport
maserati-granturismo-sport-1
ได้รับการพัฒนาออกแบบให้เป็นสุดยอดยนตกรรมคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ให้ความคุ้มค่า ให้ความสำคัญในการออกแบบเป็นอย่างมาก ดีไซน์โดดเด่นรอบคัน มาพร้อมกระจกมองข้าง ให้ความชัดเจนทุกทัศนวิสัย ชุดไฟหน้าเฉียบคม สะท้อนอารมณ์สปอร์ตอย่างเต็มขั้น ไฟท้ายก็สวยงาม โดดเด่น ให้ความชัดเจน ปลอดภัยทุกเส้นทาง พร้อมสมรรถนะการขับขี่ประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม ภายในสะท้อนความโฉบเฉี่ยว และกว้างขวางมาพร้อมกับคอนโซลด้านหน้าดีไซน์สปอร์ต เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตหรูได้อย่างมากมาย และยังมาพร้อมระบบปรับอากาศที่ระบายความเย็นไปทั่วห้องโดยสาร ให้ความสะดวกสบายอย่างเต็มขั้นเลยค่ะ ระบบเครื่องยนต์ของรถยนต์ Maserati Granturismo Sport ให้ประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสูงด้วยเครื่องยนต์ 4.7 ลิตร V8 ให้การทำงานที่เงียบ ให้การขับเคลื่อนที่สนุก คล่องแคล่วในยามขับเคลื่อนมากๆเลยค่ะ
7 เฉดสีสวยของรถยนต์ Maserati Granturismo Sport คือ BIANCO ELDORADO-NERO-GRIGIO TOURING-GRIGIO ALFIERI-GRIGIO GRANITO-NERO CARBONIO-BLU OCEANO

หลวงพ่อแดง วัดคุณาราม

เอเชียก็มีมัมมี่ เป็นมัมมี่ที่น่าพิศวง ยิ่งกว่า แตกต่างยิ่งนัก เพราะเป็นเรื่องของพลัง จิต เป็นศาสตร์แห่งโลกตะวันออกที่ วิทยาศาสตร์ ยังยากจะอธิบาย เช่น ร่างของ หลวงพ่อแดง ปิยสีโล แห่งวัดคุณาราม เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่หลังจากมรณภาพ แล้ว ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง กลับไม่เน่าสลาย! ความน่าพิศวงดังกล่าวทำให้ รอน เบ็คเก็ต และ เจอรัลด์ คอนล็อก สองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยควินนิเปก ในเมืองแฮมเดน มลรัฐคอนเนกติกัต ผู้ซึ่งนำเอาวิทยาการทางการแพทย ์สมัยใหม่และ ความล้ำหน้า ของเทคนิคต่างๆ มาไขเรื่องราวที่ถูกฝังไปพร้อมกับ มัมมี่ทั่วโลก รีบรุดเข้าพิสูจน์ร่างที่ไม่เน่าของ หลวงพ่อแดง ทางวัดเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยวางเงื่อนไขเพียงให้ขอขมา ด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ก่อนทำการพิสูจน์ และห้ามทำการใดๆ ให้ร่างของหลวงพ่อแดง เสียหาย ทั้งสองเริ่มกระบวนการพิสูจน์เมื่อ สิงหาคมปีที่แล้ว โดยเอกซเรย์ส่วนของศีรษะ และลำตัว เพื่อตรวจดูความสมบูรณ์ของ อวัยวะภายใน นอกจากนี้ก็นำ endoscope คือท่อขนาดจิ๋ว มีความยืดหยุ่นสูง ส่วนปลายติดกล้องถ่ายวิดีโอขนาดเล็กมาก ใส่เข้าไปทางช่องระหว่างฟัน เพื่อสำรวจอวัยวะภายใน รอน อธิบายถึงกระบวนการเป็นมัมมี่ว่า “เวลาที่เราพูดถึงมัมมี่ เราจะพูดถึงแบคทีเรียตัวหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้ ร่างกายเน่าสลาย การทำมัมมี่จึงมักใช้วิธีการฆ่าแบคทีเรียตัวนี้ ทำให้ไม่มีตัวย่อยสลายเนื้อเยื่อ ร่างกายนั้นก็จะแห้งลงโดยธรรมชาติ แต่มัมมี่ที่อื่นที่เห็นมาจะต่างจาก หลวงพ่อแดงซึ่งดูเหมือน จริง มาก หลังจากพิสูจน์แล้ว เราประหลาดใจมากเพราะทุกส่วนยังคงสภาพดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังที่เหมือนผิวคน ที่ค่อยๆ แห้งไปแบบธรรมชาติ สมองก็หดตัวเพียง 20% ส่วนอวัยวะภายในเท่าที่เอกซเรย์พบว่ายังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ปอด ตับ ฯลฯ เพียงแต่มันแห้งลง และหดตัวนิดหน่อย” ลักษณะการหดตัวของผิวหนัง นี่เองที่ใช้อธิบายว่าทำไม มัมมี่บางร่างไม่เพียงไม่เน่าสลาย แต่เส้นผมและเล็บก็ยาวขึ้นด้วย รวมทั้งลักษณะของปากที่เมื่อนานไปปากที่เคยปิดสนิท กลับค่อยๆ เผยอออก ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยควินนิเปกรอน อธิบายอีกว่า ขณะ นี้ยังไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุของการไม่เน่า สลายของหลวง พ่อแดงได้ เพราะทำได้เพียงเอกซเรย์และ ส่องกล้อง ถ้าได้เส้นผมหรือชิ้นอวัยวะไปพิสูจน์ตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะทราบผลแน่นอน แต่เท่าที่ สันนิษฐาน เบื้องต้นคาดว่า เป็นเพราะการอด อาหารอดน้ำนานถึง 15 วัน ทำให้แบคทีเรียที่ย่อยสลายเนื้อเยื่อตายหมด “ตามหลักการ แล้วเชื่อว่า ก่อนที่หลวงพ่อแดงจะมรณภาพ น่าจะได้ดื่ม น้ำเกลือ เข้าไป ทำให้กระบวนการดังกล่าว เสร็จสิ้นลงโดยสมบูรณ์” กระนั้นก็ไม่มีผู้ยืนยันว่าก่อนมรณภาพ หลวงพ่อแดง ได้ดื่มน้ำเกลือหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพราะไอ จากน้ำทะเลช่วย ให้กระบวนการดังกล่าวสมบูรณ์ลง! ที่น่าสนใจก็คือ ทั้งรอนและเจอรัลด์เชื่อว่า การทำสมาธิ ทำให้ร่างของหลวง พ่อแดงไม่เน่าสลาย เมื่อปีกลายที่นักวิทยา ศาสตร์ทั้งสองเข้ามา พิสูจน์ร่างของหลวงพ่อแดง ทั้งคู่ได้มีโอกาส ฝึกนั่งสมาธิ และพบว่าการกำหนด ลมหายใจเข้า- ออกช่วยผ่อนคลายกล้าย

5937

ฉลาดผูก ฉลาดแก้

9153

ในการอยู่ร่วมกันในสังคม ย่อมจะมีปัญหาน้อยใหญ่เข้ามากระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อปัญหาเกิดขึ้นกับเราแล้ว สิ่งสำคัญเราจะต้องมีปฏิภาณ คือความฉลาด มาแก้ไขปัญหาต่างๆ ส่วนใครจะฉลาดมาก ฉลาดน้อย ย่อมแล้วแต่ความรู้ที่ได้เล่าเรียนได้สัมผัสมา ถ้ามีความรู้มาก ก็ยิ่งมีกำลังสามารถมาก ถ้ามีความรู้ความฉลาดน้อย แต่ได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม ก็อาจจะฉลาดได้ คนบางคนเพียงแต่ฉลาดผูกแต่ไม่ฉลาดแก้หรือเพียงแต่ฉลาดแก้แต่ไม่ฉลาดผูก ก็ย่อมที่จะไม่อำนวยให้ชีวิตของเขาประสบความสำเร็จได้ ต้องฉลาดทั้งผูกและฉลาดทั้งแก้ เราเรียกคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายๆ ด้านว่า เป็นผู้มีความสามารถสูงนั้น ในความเป็นจริงแล้ว ความสามารถดังกล่าวก็คือความเป็นผู้ฉลาดผูกฉลาดแก้นั่นเอง

คำว่า ฉลาดผูกนั้น หมายถึง ให้เรารู้จักผูกไมตรี ให้มีมนุษยสัมพันธ์ในสังคม เราต้องยอมรับความจริงว่า คนเราจะอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ นักปราชญ์กล่าวว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ธรรมชาติสร้างมนุษย์ขึ้นมาโดยหวังที่จะให้อยู่กันเป็นหมู่เป็นสมาคม ต้องพึ่งพาอาศัยกันช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จึงจะมีความสุข สมกับเป็นมนุษย์

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่จะมีพวกพ้องเพื่อนฝูงมาก หรือควบคุมบริษัทบริวารให้มีความรักใคร่สนิทสนมกับตนได้นั้น ต้องประพฤติตามหลักธรรมสำหรับยึดเหนี่ยวน้ำใจคน ที่เรียกว่า สังคหวัตถุ เพราะเป็นความประพฤติอันดีงาม สามารถเหนี่ยวรั้งน้ำใจผู้อื่นให้รักใคร่เคารพนับถือทั้งต่อหน้าและลับหลังอย่างไม่จืดจาง

สังคหวัตถุ 4 ประการคือ 1.ทาน การให้ 2.ปิยวาจา พูดวาจาไพเราะ อ่อนหวาน 3.อัตถจริยา ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และ 4.สมานัตตตา การวางตนเสมอต้นเสมอปลายไม่ถือตัว

ส่วนคำว่า ฉลาดแก้ หมายถึง ความฉลาดสามารถในการแก้ไขปัญหา หรือความยุ่งยากของชีวิต มนุษย์เรานั้นมีความยุ่งอยู่ 2 อย่าง คือ 1.ยุ่งภายใน 2.ยุ่งภายนอก

ส่วนยุ่งภายในนั้นเป็นเรื่องของจิตใจ คือ จิตใจดิ้นรนกระวนกระวาย ไม่มีความสงบ เพราะถูกความโลภ ความโกรธ ความหลง เข้าครอบงำ ขาดความอิสระ ขาดความสุขใจ เมื่อเกิดความยุ่งภายในขึ้น ถ้าระงับไว้ไม่อยู่ก็แสดงออกมาภายนอกทางตาบ้าง ทางปากบ้าง ทางมือบ้าง ทำให้พฤติกรรมทางกาย วาจา ของเราผิดปกติไป

ส่วนยุ่งภายนอก หมายถึง ยุ่งเรื่องทรัพย์สมบัติ เรื่องญาติพี่น้อง เรื่องการอุปโภคบริโภค

สาเหตุที่มนุษย์เราต้องยุ่งกันอย่างนี้ ก็เพราะความอยาก ซึ่งความอยากก็มีหลายประเภท เช่น อยากมี อยากเป็น อยากรวย อยากสวย อยากสุข อยากสบาย เป็นต้น ความอยากแต่ละอย่าง เกิดขึ้นที่ใจก่อน เมื่อใจเกิดอยากขึ้นแล้วก็เป็นเหตุให้มีการกระทำทางกาย ทางวาจา อยากอย่างใด ก็ทำอย่างนั้น ทำให้พอแก่ความอยาก แต่ใจของเราไม่เคยรู้จักพอ พร่องอยู่เป็นนิจ ไม่รู้จักเต็ม จึงทำให้คนเราต้องลำบากเดือดร้อน

ดังนั้น เมื่อเกิดความอยากขึ้น ท่านบอกให้ฉลาดในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ความรู้จักพอประมาณ พอดี พอเพียงนั่นเอง

ฉะนั้น ความเป็นผู้ฉลาดผูกฉลาดแก้ เป็นคุณสมบัติอันสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตในสังคมยุคปัจจุบัน เพราะผู้ที่ฉลาดผูกไมตรีโดยยึดหลักสังคหวัตถุ 4 ประการ ย่อมเป็นที่เคารพนับถือของคนโดยทั่วไป สามารถที่จะทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุขได้ ส่วนผู้ฉลาดแก้ ย่อมเป็นอุบายวิธีในการสร้างความสุขให้แก่ตัวเอง สร้างครอบครัวให้มีความมั่นคง ลดปัญหาสังคมลงได้

ดังนั้น สมควรที่ท่านสาธุชนจะน้อม นำไปพิจารณาด้วยปัญญาอันชอบ แล้วปฏิบัติตามกำลังและโอกาส ย่อมก่อให้เกิดความสงบสุขในชีวิตตลอดไป

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

สาระของชีวิต

7289239892

สิ่งที่ไม่เป็นแก่นสารหรือไม่มีสารประโยชน์ในโลกนี้มีมากมาย แต่เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้วก็มีอยู่ 3 อย่าง คือ 1.ชีวิต 2.ร่างกาย 3.ทรัพย์สมบัติ

ชีวิต ได้แก่ ความเป็นอยู่ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงร่างกายให้ดำรงชีพอยู่ และเป็นเครื่องหมายแห่งการเป็นการตายของสัตว์โลก เมื่อชีวิตยังไม่ดับ สัตว์ก็ชื่อว่ายังไม่ตาย เมื่อชีวิตดับลงแล้ว สัตว์ก็ชื่อว่าตายแล้ว อันลักษณะของชีวิตนี้ เป็นของไม่คงที่ ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ย่อมหมดเปลืองไปตามวันคืนที่ล่วงไป แม้ว่าชีวิตจะดับเหมือนกันหมดก็จริง แต่ก็มีข้อแตกต่างกัน กล่าวคือชีวิตของคนบางคนยืนยาว ชีวิตของบางคนเกิดมายังไม่ทันไรก็ตายเสียแล้ว แต่การที่ชีวิตจะยาวหรือสั้นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ จะนึกปรารถนาเอาได้ตามใจตนเอง เพราะเป็นเรื่องของกุศลและอกุศล เช่น ชีวิตของคนบางคนเศร้าหมองก็มี ผ่องใสก็มี ขมขื่นก็มี สดชื่นก็มี ทั้งนี้ก็เป็นเพราะความประพฤติเรียบร้อยดีงามหรือความประพฤติไม่ดีไม่งาม ด้วยเหตุนี้เองชีวิตจึงจัดว่าเป็นของหาแก่นสารมิได้

ร่างกาย ได้แก่ อวัยวะน้อยใหญ่ความกันเข้าเป็นอัตภาพ เรียกตามบัญญัติว่า สัตว์บ้าง บุคคลบ้าง อันร่างกายนี้เป็นของไม่ถาวร พอเกิดขึ้นแล้วก็ตกอยู่ใต้อำนาจของชราพยาธิมรณะชราทำให้แก่ให้ทรุดโทรมทุพพลภาพ ความแก่ความเจ็บความตายเป็นภัยที่ใครๆ นี้ไม่สามารถจะหนีพ้นได้ เพราะเป็นตัวทุกข์ประจำสังขาร ยังเป็นสังขารอยู่ตราบใด ก็ต้องประสบทุกข์ภัยเหล่านี้ตราบนั้น ด้วยเหตุนี้ ร่างกายจึงเป็นสิ่งที่หาสาระแก่นสาร อะไรไม่ได้เลย

ทรัพย์สมบัติ ได้แก่ บรรดาเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งหมด อันเป็นอุปการะแก่ชีวิตและร่างกาย ขึ้นชื่อว่าทรัพย์สมบัติย่อมเป็นของที่ทุกคนปรารถนา เพราะผู้มีทรัพย์มากก็มีสุขมาก ผู้มีทรัพย์น้อยก็มีสุขน้อย ด้วยเหตุนี้เองทุกคนจึงกล้าลงทุนลงแรงและพากเพียรพยายามประกอบงานโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยเมื่อยล้า แต่ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นของไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นสิ่งสมมติในโลกใบนี้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทรัพย์สมบัติจึงจัดเป็นอสาระหาแก่นสารอะไรไม่ได้เลย

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสสิ่งที่เป็นสาระหรือคุณภาพแห่งชีวิตอันแท้จริง ไว้ 5 ประการ คือ

1.ศรัทธา หมายถึง ความเชื่อต่อสิ่งที่ควรเชื่อโดยใช้ปัญญาคอยควบคุม สิ่งที่ควรเชื่อนั้นคือเชื่ออะไร? ในทางพระพุทธศาสนาท่านสอนให้เชื่อกรรมคือการกระทำของตนเอง คือ เชื่อว่าทำดีให้ผลดีเป็นความสุข ทำชั่วให้ผลเป็นความทุกข์ เป็นต้น

2.ศีล หมายถึง การรักษามารยาททางกายและวาจาให้เรียบร้อยดีงาม เว้นจากการเบียดเบียนกันและกันด้วยกายวาจา

3.สุตะ หมายถึง การสดับตรับฟังตลอดจนถึงการอ่าน บ้านเมืองของเราจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าได้ก็ต้องอาศัยพลเมืองมีความรู้มีคุณธรรม ฟังอ่านในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แล้วนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม

4.จาคะ หมายถึง การเสียสละทรัพย์สมบัติของตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น และเสียสละ คือ ลดละเลิก อารมณ์โลภ อารมณ์โกรธ อารมณ์หลง อันเป็นกิเลสภายในใจ

5. ปัญญา หมายถึง ความรอบรอบรู้เฉลียวฉลาด ปัญญานี้นับว่า เป็นคุณธรรมสำคัญที่สุด มีศรัทธาความเชื่อ แต่ปราศจากปัญญาก็ถือว่าเข้าข่ายงมงาย รักษาศีลโดยปราศจากปัญญาก็รักษาอย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้นปัญญาจึงนับว่าสำคัญยิ่งทั้งในทางโลกและทางธรรม ทำให้ชีวิตมีแก่นสารสาระอย่างแท้จริง

คุณธรรมทั้ง 5 ประการ ดังกล่าวมานี้ เป็นสิ่งที่มีสาระ บุคคลใดสามารถทำให้เกิดมีขึ้นในตน บุคคลนั้นย่อมสามารถทำตนให้มีสาระแก่นสาร มีคุณภาพที่ดี ย่อมประสบความสงบร่มเย็นทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า ท่านสาธุชนทั้งหลาย จงอย่าเสียเวลากับสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสารสาระเลย รีบหันมายึดเอาสิ่งที่เป็นแก่นสารสาระตามหลักทางพระพุทธศาสนา จะทำให้ชีวิตของท่านทั้งหลายมีคุณ ภาพที่ดี มีประโยชน์แก่ตนเองและสังคม และเป็นการปฏิบัติธรรมทางศาสนาอย่างแท้จริง

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

Ford F-15 แรง

Ford75265265436452652

Ford F-15 MY2017 ที่ยกเครื่องยนต์ EcoBoost V6 3.5 ลิตร เจนสอง อัดกำลังแรงกว่าเดิม 375 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 637 นิวตันเมตร (เดิม 365 แรงม้า แรงบิด 569 นิวตันเมตร) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อม Over Drive 3 จังหวะ ช่วยในการฉุดลาก เป็นเครื่องยนต์ที่เทียบกำลังเท่า V8 แบบสบายๆ เครื่องยนต์สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งเทอร์โบชาร์จและระบบฉีดจ่ายน้ำมันแบบใหม่ dual-direct injection ระบบ lighter turbine wheel ทำจากโลหะผสม และระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราว Start-Stop Engine

โปรโมชั่น โตโยต้า 31 กรกฏาคม 2559

98745632114789789
โตโยต้า โชคชุ่มฉ่ำ กระหน่ำรับฝน

ทดลองขับ รับฟรี! ข้าวรัชมงคล *
ซื้อรถโตโยต้าวันนี้ *** ลุ้นรับบัตรกำนัล 20,000 บาท พิเศษ x2 เท่ามูลค่า 40,000 บาท
รวมรางวัล 100 รางวัล มูลค่ารวม 30,000,000 บาท

ระยะเวลาถึง 31 กรกฏาคม 2559

เงื่อนไขต่างๆ

* สำหรับผู้ทดลองขับรถโตโยต้าทุกรุ่นตั้งแต่ 12 มิ.ย. – 31 ก.ค. 59 โดยต้องลงทะเบียนทดลองขับจากพนักงานขายเพื่อรับข้าวรัชมงคล มูลค่า 90 บาท
• ลูกค้าที่รับข้าวจากกิจกรรม “พาเหรดความสุขจากโตโยต้า” แล้วไม่สามารถรับข้าวจากกิจกรรม “โชคชุ่มฉ่ำ กระหน่ำรับฝน” ได้ สงวนสิทธิ์ 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์

** กิจกรรมลุ้นรับบัตรกำนัล : ผู้มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลคือผู้ที่จองรถโตโยต้าทุกรุ่น ตั้งแต่ 12 มิ.ย. – 31 ก.ค. 59 และออกรถภายใน 31 ส.ค. 59 ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
• สำหรับลูกค้าทั่วไปลุ้น 20,000 บาท 500 รางวัล และลูกค้าเก่าโตโยต้าลุ้น 40,000 บาท 500 รางวัล (ตรวจสอบจากสมุดจดทะเบียนรถคันเก่าซึ่งมีชื่อลูกค้าเป็นผู้ครอบครองในปัจจุบัน) รวม 1,000 รางวัล มูลค่า 30,000,000 บาท
• จับรางวัล ณ บจก. โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย 87/2 ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. 10330 วันที่ 21, 28 มิ.ย. , 5, 12, 20, 26, ก.ค. และ 2 ส.ค. 59 และประกาศรายชื่อทาง www.toyota.co.th วันที่ 24 มิ.ย., 1, 8, 15, 22, 29 ก.ค., 5 ส.ค. 59
• ผู้โชคดีติดต่อยืนยันสิทธิ์ที่ ฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง โทร 0-2305-2287 ในวันเวลาทำการ โดยต้องส่งสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาสมุดจดทะเบียนที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือครอบครองรถภายใน 15 ก.ย. 59
• ผู้โชคดีต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัล
• ชื่อ-นามสกุลผู้โชคดีต้องตรงกับชื่อในเอกสารทั้งหมดที่ใช้รับรางวัล

รางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นได้ ในกรณีมีข้อพิพาทเกิดขึ้นให้ถือว่าคำตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด พนักงานบริษัทฯ พนักงานของผู้แทนจำหน่ายฯ และคณะกรรมการดำเนินงานพร้อมครอบครัวไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย โตโยต้าใกล้บ้าน หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 0-2386-2000 หรือโทร. ฟรีต่างจังหวัดเฉพาะหมายเลขที่ใช้รหัสทางไกล ที่หมายเลข 1800-238-444 ให้บริการลูกค้า 24 ชม. ทุกวัน หรือบริการข้อมูลทาง toyota.co.th